Kind People

A Story of Space — กระดาษโน้ตบันทึกชีวิต ที่ร้าน “Note a Book”

เป็นเวลาไม่เช้าไม่สาย เหล่าคนใจไคนด์เดินเตาะแตะต่อแถวไปยังจุดหมายเดียวกัน
ณ โครงการบ้านข้างวัด ที่รวบรวมร้านรวงคนคราฟต์เอาไว้ด้วยกัน แม้แดดจะเต็มฟ้าไร้ซึ่งมวลเมฆปกคลุม แต่ความร่มรื่นของพื้นที่แห่งนี้ก็เอาชนะความร้อนได้ดีไม่เบา

เดินมาไม่นานนักก็เหมือนพบรักที่ตามหา บ้านหลังเล็กดูอบอุ่นเบื้องหน้ากำลังกวักมือเรียกให้เราไปทำความรู้จัก “Note a Book” ร้านสมุดทำมือและเจ้าบ้าน โน้ต–ศุภชัย กองประชุม กับการนิยามตนเองว่า

‘เราขายความว่างเปล่า เพราะสมุดทุกเล่มไร้ซึ่งเรื่องราว เพียงรอชีวิตและความฝันของทุกคนมาเติมเต็ม

เริ่มจากชอบอ่าน

ใครเล่าจะรู้ ชีวิตของละอ่อนโน้ตบ้านไร่นั้นชื่นชอบการอ่าน แม้ในบ้านจะมีหนังสือไม่กี่เล่ม ช่วงเวลาแห่งความสนุกกลับไม่ใช่การออกไปเตะบอลกับเพื่อน หรือนั่งหน้าทีวีดูละครน้ำเน่าหลังข่าว แต่กลับเป็นการอ่านหนังสือแจกเล่มบางปกส้ม ที่บอกเล่าการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพียงเท่านั้น ครั้นยามปิดเทอมก็มักเปิดอ่านหนังสือเรียนที่ได้มาก่อน พลางนึกภาพตามอย่างสนุกสนานไปตามประสา

“เราชอบอ่านเพราะมันสนุก รู้สึกว่าหนังสือพาเราไปสู่โลกกว้าง โลกที่เราหาไม่ได้ในชีวิตประจำวัน”

หนอนนักอ่านเริ่มขีดเขียน

ก้าวสู่เด็กหนุ่มวัยเรียนเริ่มอ่านเขียนเต็มตัว แม้มีบางทีเกเรไปบ้างแต่ก็ชอบเข้าห้องสมุดเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อเริ่มอ่านหนังสือหลายหลาก โลกใบเล็กก็ขยายกว้างขึ้นจนเอ่อล้น จวนถึงเวลาแล้วที่เขาได้เริ่มขีดเขียนเรื่องเล่าเองบ้าง เริ่มจากจดเป็นไดอารี ต่อมาเขียนเป็นเรียงความ วิจิตรแต่งเป็นกลอนและคำขวัญส่งประกวด ผนวกกับการได้รางวัลยิ่งชอบใจใหญ่ จึงขลุกอยู่ในโลกแห่งการเขียนสืบไปจนเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา โน้ตเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ มช. ด้วยการไปเปิดหนังสือสังคมศึกษาแล้วไล่ดูหมวดหมู่ในเล่ม

“เราเห็นชื่อเศรษฐศาสตร์ก็คิดว่าเท่ดี ยิ่งเห็นว่ามันเกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ก็ดูเท่ไปใหญ่

เขาหัวเราะร่วนก่อนจะเล่าต่อว่า พอได้เข้าเรียนแล้วก็ไม่เป็นแนวท่องจำสังคมศึกษาดั่งมโนจิต เจอแต่แคลคูลัสยิ้มร่าหน้าตารางเรียนในทุกวัน (คณิตศาสตร์ล้วนไม่มีสังคมผสม) แม้ไม่ได้ชอบใจแต่ไม่ได้แอนตี้อะไรเป็นพิเศษ จึงเรียนไปพร้อมกับเป้าหมายชีวิตที่ฝ้าฟาง ระหว่างนี้ ยังคงอ่านเขียนไม่ห่าง มีกระเถิบไปเขียนบทกวีแบบจริงจังแต่ก็เพียงชั่วคราว มีขยับไปเย็บ ๆ ปัก ๆ สมุดทำมือบ้าง พอไม่สำเร็จก็ล้มเลิกไป ด้วยวิชาเรียนที่ไต่ระดับความยากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานกิจวัตรขีดเขียนก็ค่อย ๆ หลุดหายจากวงโคจรในที่สุด

จากมนุษย์ (เงินเดือน) ติดเกม สู่ (ใบ) ลาออก
มาตามฝัน

เมื่อเรียนจบชีวิตก็เคว้งตามสเตป โน้ตผู้ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าอย่างไรก็ไม่เข้าทำงานธนาคาร ขนาดตอนฝึกงานก็เลือกฝึกที่มูลนิธิเด็กแทน ช่วยเขียนคอนเทนต์ไปพลางตามความชอบที่พอมีอยู่ แต่ก็ต้องกลับคำเข้าทำงานธนาคาร วกเข้าสู้เส้นทางเดิมที่ควรจะเป็น กว่า 7 ปีที่อยู่แบบขอไปทีไร้จุดสิ้นสุด ทำงานกลางวัน เย็นสังสรรค์เมาหยำเป ตกกลางคืนเล่นเกมจวนสว่าง ชีวิตวนลูปหน้าจอคอมยาวนานเกือบ 24 ชั่วโมง ความเบื่อหน่ายอันหนักอึ้งผลักให้เขาทำอะไรบางอย่าง โน้ตเริ่มขวนขวายหาความชอบที่หายไปอีกครั้ง

“เราก็หันมาถามตัวเองว่าอะไรวะเนี่ย ต้องหาอะไรทำสักอย่างแล้ว มาวันหนึ่งเรารู้สึกเบื่อ ๆ ก็คิดขึ้นได้ว่าทำไมถึงไม่ลองเย็บสมุดดู เรามั่นใจว่าความตั้งใจในตอนนี้มีมากกว่าเดิม อย่างน้อยเราต้องออกจาก Comfort Zone เดิมให้ได้ อยากหนีออกจากมันมาสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ยังดี”

ครั้นทำสำเร็จก็นำไปแจกจ่ายแก่เพื่อนฝูง ไม่นานเริ่มตั้งโต๊ะขายตามตลาดนัด ขณะเดียวกันก็ถึงขีดสุดความอดทนในอาชีพนายธนาคาร ให้อยู่จนเกษียณก็อยู่ได้ แต่หากมีทางเลือกอื่นก็อยากไปอยู่ดี โน้ตขบคิดกับตัวเองอยู่หลายวัน ไม่พูดจากับใครสักคน และตัดสินใจลาออกในวัย 30 เพื่อทำตามฝันที่ปะปนความเสี่ยง

กลัวก็กลัว แต่ใจดันสู้กว่า

สำหรับหัวหน้าครอบครัวแล้ว การก้าวออกจากงานประจำถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องตั้งรับให้ดี เขาออกมาแบบมีหนี้ ไม่มีเงินเก็บ ทิ้งเงินเดือนประจำ นอกจากจะต้องวางแผนให้ดีแล้ว ความมุ่งมั่นนี่แหละคือหนทางสู่ความสำเร็จ

“เราก็ยังนึกภาพไม่ออกว่าจะเย็บสมุดเพื่อเลี้ยงชีพได้จริงเหรอ คิดแค่ว่าถ้าใน 30 วัน เราทุ่มเทกับมัน ไม่กลัวแดดไม่กลัวฝน ขยันไปออกบูธ ตั้งโต๊ะทุกตลาดนัด ก็คิดว่าน่าจะรอด ซึ่งเราพูดกับตัวเองดังมากเลยนะ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองไม่กลัวไปก่อน”

ก่อร่างสร้างฝัน

ว่ากันว่าส่วนที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น โน้ตสืบเสาะหาที่ทางสำหรับตั้งร้านจนมาเจอที่แห่งนี้ ร้านหลังเล็ก ณ โครงการบ้านข้างวัด ซุกซ่อนใต้ร่มเงาต้นแคนาขนาดใหญ่ เหมือนโชคช่วยหรือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะ “Note a Book” ก่อกำเนิดพร้อมความฝันที่เป็นจริง

“เราเริ่มต้นทำสมุดจากความไม่มีอะไรเลย ไม่มีความรู้อะไรด้วย ทุกก้าวเลยเป็นเหมือนการทดลองสิ่งใหม่อยู่เสมอ เราขายถูกก็จริง แต่ช่วงแรกฝีมือการเย็บก็ไม่ได้สวยขนาดนั้น พอนานเข้าก็ค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกับลูกค้า เล่มนี้เขาหยิบ เล่มนั้นเขาวาง ความสนใจเขาเป็นแบบไหนก็เก็บข้อมูลไป”  

เสน่ห์ อะ บุ๊ก

สมุดทำมือคือกระดาษเปล่าที่ถูกร้อยเรียง พราวเสน่ห์กว่าแบบทั่วไปก็คือความละเมียดร้อยด้าย บรรจงเจาะรู ซ่อนทับเส้นล่าง ลอดผ่านเส้นบน คราฟต์ลวดลายต่าง ๆ ออกมา

“เสน่ห์คือความไม่เหมือน เราจะทำอะไรกับมันก็ได้ จะเย็บตามแบบนี้ หรือแกล้งข้าม
ไปสักรูหนึ่งก็อาจได้ลายใหม่ ส่วนกระดาษจะใส่แบบไหนก็เลือกได้ตามใจ บางวันเราอาจจะอยากเขียนพื้นน้ำตาล อยากวาดรูปในกระดาษสเก็ต
อยากจดลงในหน้าที่มีเส้นคั่น
เราก็สามารถหยิบเอากระดาษพวกนี้มาใส่ หรือจะหยิบตั๋วรถไฟ ทิชชูโรงแรม สลิปร้านค้า หรือนิตยสารที่ชอบมาแปะด้วยก็ไม่ผิด ดูความคลาสสิกพวกนี้สิ มันกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เรา”

ห้วงเวลาหนึ่งร้านเล็กเติบโตขึ้น สมุดทำมือถูกเรียงในร้านไม่เว้นช่อง ความพิถีพิถัน ลวดลายการเย็บ กิมมิกต่าง ๆ ถูกรังสรรค์ผ่านความชอบอย่างแท้จริง แม้ร้านจะไม่กว้างขวางแต่เต็มไปด้วยเก้าอี้ให้นั่ง เปิดพื้นที่ให้ผู้คนมาใช้เวลา สนทนา บอกเล่าเรื่องราวชีวิต และฝึกเย็บสมุดทำมือสักเล่มกลับไป


เรื่องโดย

ภาพโดย