Kind People

Seyi Oluyole ครูผู้ใช้การเต้นรำเพื่อให้เด็ก ๆ ไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา


เด็กชาวไนจีเรียหลายสิบล้านคนกำลังประสบปัญหาการเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เด็ก ๆ ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน บางคนไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือตามเกณฑ์ที่กำหนด การศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกลายเป็นเรื่องที่ไกลเกินกว่าพวกเขาจะจินตนาการถึง เพราะความยากจนกำลังผลักดันให้หลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างเลี่ยงไม่ได้

เด็ก 10.5 ล้านคนไม่ได้เรียนหนังสือ

จากรายงานของกองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ (United Nations Children’s Fund – UNICEF) เผยว่า เด็กชาวไนจีเรียที่มีช่วงอายุระหว่าง 5-14 ปี ประมาณ 10.5 ล้านคน ไม่ได้เรียนหนังสือ และมีเพียง 61% ของเด็กที่มีช่วงอายุระหว่าง 6-11 ปีเท่านั้นที่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น


แม้ว่าในประเทศไนจีเรียจะมีนโยบายออกมารองรับว่าเด็กทุกคนจะได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายก็ตาม แต่โรงเรียนรัฐบาลส่วนใหญ่กลับมีหลักสูตรและอุปกรณ์การศึกษาที่ไม่พร้อมใช้งาน อีกทั้งยังล้าสมัย ทำให้ผู้ปกครองไม่ส่งลูก ๆ ไปเรียนในโรงเรียนรัฐ และมองว่าโรงเรียนเอกชนคือตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะทำให้เด็ก ๆ เติบโตมาเป็นพลเมืองคุณภาพ เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

อย่างที่ทราบกันดีว่าโรงเรียนเอกชน ย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ตามมาเป็นจำนวนมาก เมื่อโรงเรียนรัฐไม่ตอบโจทย์และโรงเรียนเอกชนก็มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้หลายครอบครัวเลือกที่จะไม่ส่งลูกไปโรงเรียน แต่เลือกที่จะให้พวกเขาออกมาทำงานช่วยพ่อแม่หาเงินมากกว่าการเรียนหนังสือ รายงานของยูนิเซฟยังเผยอีกว่า เกือบครึ่งหนึ่งของเด็กทั้งหมดที่มีช่วงอายุระหว่าง 5-14 ปี หรือประมาณ 21 ล้านคนในประเทศไนจีเรีย มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการใช้แรงงานเด็ก


Seyi Oluyole นักออกแบบท่าเต้นและผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี เพราะเธอเคยประสบมาก่อน ชีวิตในวัยเด็กของเธอ ถ้าจะให้เล่าย้อนความคงไม่ต่างจากเด็กชาวไนจีเรียในปัจจุบันเท่าไรนัก เมื่ออายุ 10 ขวบ เธอเคยเป็นเด็กไร้บ้าน ต้องอาศัยอู่ซ่อมรถเป็นที่พักพิง บางครั้งก็เปลี่ยนไปนอนที่โบสถ์ของชุมชน แน่นอนว่าข้างถนนก็เคยเป็นบ้านชั่วคราวของเธอมาก่อน การอดมื้อกินมื้อเป็นเรื่องปกติ แถมพ่อยังโดนไล่ออกจากงานประจำ ส่วนแม่ก็เป็นผู้พิการทางสายตา แต่ด้วยความพยายามของพ่อและแม่ ทำให้อีก 4 ปีต่อมา เธอและครอบครัวสามารถย้ายเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่าบ้านได้จริง ๆ

“เมื่อฉันเศร้าและหิว การเต้นรำคือสิ่งเยียวยาจิตใจเพียงอย่างเดียว ที่ทำให้ชีวิตวัยเด็กของฉันมีความหมาย” Oluyole กล่าว แม้จะมีวัยเด็กที่ยากลำบาก แต่เธอรู้ตัวมาเสมอว่าเธอต้องการปลดปล่อยเด็ก ๆ ออกจากสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ และไม่ต้องการให้พวกเขาต้องเผชิญสถานการณ์ที่คล้ายกับเธออีก “เด็กหลายคนที่ฉันพูดคุยด้วย พวกเขามีวัยเด็กที่ยากลำบากกว่าฉันมาก ฉันเลยอยากจะมอบสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตฉันให้กับพวกเขา นั่นคือ ‘การเต้นรำ’”


โรงเรียนสอนเต้นรำ

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในสหรัฐอเมริกา Oluyole กลับไปไนจีเรียและเริ่มจัดชั้นเรียนเต้นรำอย่างเป็นทางการที่สถาบัน Dream Catchers Academy ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2014 ในเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย โรงเรียนสอนเต้นรำขนาดเล็ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรชุมชนลากอส กำลังรับศึกหนัก เมื่อ Oluyole เผยว่าหลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 มาถึงชุมชนแห่งนี้ โรงเรียนของเธอต้องทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการตั้งรับปัญหาดังกล่าว เพื่อสนับสนุนกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคมให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้

Oluyole เข้าร่วมแคมเปญ Global Goal: Unite for Our Future ซึ่งจัดโดย Global Citizen องค์กรขับเคลื่อนทางสังคมเพื่อยุติปัญหาความยากจนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้คนในชุมชนว่า เธอจะพาทุกคนฝ่าฟันวิกฤตและช่วยให้พวกเขาเข้าถึงอุปกรณ์พื้นฐานที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 โดยใช้ศิลปะการเต้นรำ ดนตรี และละคร นำมาเป็นเครื่องมือในการระดมทุนที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2020 เพื่อให้เด็กในเมืองลากอสมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา โภชนาการ และอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ได้อย่างทั่วถึง

“เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 โรงเรียนของเราจึงต้องปิดตัวลงชั่วคราว ขณะที่หลาย ๆ โรงเรียนในประเทศก็ยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาเปิดเมื่อไร และนั่นส่งผลกระทบต่อเด็ก ๆ อย่างแน่นอน เพราะพวกเขาคืออนาคตของเรา ซึ่งฉันคิดว่าทุกคนมีบทบาทที่จะช่วยให้เด็ก ๆ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิหลังของเขา ไม่ต้องสนใจว่าพวกเขามาจากไหน ฉันอยากให้ทุกคนเห็นว่าพวกเขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง เด็กที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศ เพียงแค่เราต้องร่วมมือกัน” Oluyole กล่าว ระหว่างการแสดงในงานระดมทุน

แคมเปญดังกล่าวสามารถระดมเงินบริจาคได้กว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมีเงินกู้และเงินค้ำประกันอีก 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงิน 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการแสดงของเด็ก ๆ ในงานระดมทุนครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในการจัดงาน ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะทำให้ทุกคนโดยเฉพาะคนชายขอบในประเทศที่ยากจน สามารถเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 และสวัสดิการขั้นพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม

“ฉันใช้การเต้นรำเพื่อต่อรองกับเด็ก ๆ ถ้าพวกเขายังเรียนหนังสือ ก็จะได้เต้นรำกับฉันต่อ” Oluyole กล่าวในงานระดมทุน โดยเสริมว่าแรงบันดาลใจในการจัดตั้งโรงเรียนสอนเต้นรำมาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เธอเคยพบเจอทั้งสิ้น “ฉันเห็นเด็กมากมายที่อยู่ในสถานการณ์ที่แย่กว่าฉันตอนเป็นเด็กเสียอีก ฉันแค่ต้องการทำสิ่งต่าง ๆ ที่จะช่วยให้พวกเขามีความหวังและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”


ไวรัลในชั่วข้ามคืน

ในปี ค.ศ. 2018 Oluyole และเด็กในโรงเรียนของเธอ กลายเป็นไวรัลขึ้นมาทันที หลังจากอดีตนักร้องชื่อดัง Rihanna  ศิลปินหญิงคนแรกที่มียอดการฟังเพลงมากกว่า 2,000 ล้านครั้งบน Apple Music นางแบบสาว Naomi Campbell และ Beyoncé แชร์คลิปวิดีโอการเต้นของเด็ก ๆ จาก Dream Catchers หรือที่รู้จักในชื่อ Ikorodu Talented Kids ในอินสตาแกรมส่วนตัว จากนั้น P.Diddy ศิลปินฮิปฮอปชื่อดัง ที่มีเพลงระดับตำนานมากมาย เช่น No Way Out (1997) ก็ได้แชร์โพส์ต่อ ๆ กัน เรียกได้ว่าเด็ก ๆ กำลังได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลกอย่างแท้จริง “เด็ก ๆ ของฉันส่วนใหญ่ไม่รู้จักหรอกค่ะ ว่าเหล่าคนดังที่แชร์คลิปเต้นของพวกเขาคือใคร” Oluyole กล่าว “ฉันถึงกับน้ำตาไหลตอนที่ต้องอธิบายว่าพวกเขาคือใครกันบ้าง ไม่ใช่แค่ฉันที่ร้องไห้ แต่เด็ก ๆ ก็พลอยร้องไห้ตามไปด้วย เพราะมันคือช่วงเวลาที่เรารอคอยกันมาเนิ่นนาน มีหลายครั้งที่ฉันท้อกับคำสบประมาทจากคนรอบตัว พวกเขาบอกว่าฉันไม่มีทางช่วยเด็ก ๆ ได้หรอก ที่ฉันทำอยู่มันเสียเวลาเปล่า”

แม้ Dream Catchers จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อีกทั้งยังได้ไปแสดงในงาน TEDx ท้องถิ่นและในงานฉลองวันเด็กซึ่งจัดโดยรัฐบาลลากอส แต่ชื่อเสียงที่ได้มาในชั่วข้ามคืน ก็ไม่อาจช่วยให้เด็กในความดูแลของเธออีกสิบกว่าชีวิต หลุดพ้นจากบ่วงความยากจนนี้ไปได้ “เราได้รับคำสัญญามากมายจากคนแปลกหน้าว่าเขาจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่มันเป็นเพียงสัญญาที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เรายังคงต้องดิ้นรน ช่วยเหลือพวกเขาตามกำลังที่เรามี” Oluyole กล่าว

ขณะเดียวกัน Oluyole ได้เผยว่า “ตอนนี้คนในชุมชนรับรู้ถึงการมีตัวตนของเราแล้ว และพวกเขาตระหนักดีว่าฉันทำงานอย่างหนักเพื่อผลักดันให้เด็ก ๆ ไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา”

ด้าน Modupe Rahmon ครูในโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองลากอส หลังจากติดตามการทำงานเธอมาเป็นเวลาหลายปี ก็ได้ออกมาชื่นชมถึงการกระทำของ Oluyole ว่าสิ่งที่เธอทำนั้นเป็นการกระทำที่กล้าหาญ “ฉันรู้สึกทึ่งเมื่อได้เรียนรู้วิธีการทำงานของ Oluyole ที่ใช้การเต้นรำมาเป็นแรงกระตุ้นให้เด็ก ๆ อยากเรียนหนังสือ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เธอยังกระตุ้นให้เด็ก ๆ อยากเป็นคนที่ดีขึ้น เพื่อตัวเอง ครอบครัว และสังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่” ครู Rahmon กล่าวกับสำนักข่าว Al Jazeera


ปัจจุบัน Oluyole และเด็กในความดูแลทั้ง 10 คนของเธอ อาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์แบบสามห้องนอนในที่ดินที่มีรั้วรอบขอบชิด ส่วนค่าเล่าเรียนทั้งหมด เธอจะเปิดรับบริจาคและแบ่งเงินเดือนส่วนตัวมาช่วยพวกเขาอีกทางหนึ่ง “หนูรู้สึกมีความสุขและสบายใจมากที่ได้ไปโรงเรียนในทุก ๆ วัน และหนูอยากจะเรียนหนังสือสูง ๆ เพื่อที่จะได้กลับมาดูแลเด็กที่ด้อยโอกาสเหมือนกันกับหนู ให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เหมือนกับที่หนูได้รับโอกาสจากคุณครู Oluyole” เด็กหญิง Blessing วัย 9 ขวบ กล่าว

Oluyole ยอมรับว่าเธอยังคงต้องทำงานให้หนักมากกว่านี้ เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสอีกหลายล้านชีวิตที่ไม่ได้เรียนหนังสือ โดยตั้งเป้าหมายว่าโรงเรียนสอนเต้นรำของเธอจะต้องรองรับเด็กให้ได้อย่างน้อย 50 คน “เด็กหลายล้านคนไม่ได้เรียนหนังสือ ระดับความยากจนอยู่ในระดับสูง และอีกหลายพันคนต้องเร่ร่อนอยู่ข้างถนน” Oluyole กล่าว ซึ่งเธอรู้ดีว่าการจัดการกับปัญหาความยากจนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้เวลา “ฉันรู้ดีว่าการจัดการกับความท้าทายนี้ต้องใช้เวลา ฉันได้แต่หวังว่าในอนาคตจะมีผู้ให้การสนับสนุนและมีเงินทุนมากพอที่จะส่งเด็ก ๆ ไปถึงฝั่งฝัน แม้จะไม่สามารถช่วยให้ทุกคนเรียนหนังสือได้ แต่อย่างน้อยเราช่วยได้บางส่วนก็ยังดี” Oluyole กล่าวทิ้งท้าย


ที่มา


เรื่องโดย