Kind Journal

“ชีวิตบ้าน ๆ ชุมชนเล็ก ๆ” ตอบโจทย์ความสุข “บิ๊กไซซ์” ของนักเดินทางวัยเก๋า


ชีวิตวัยเกษียณของหลายคน อาจเต็มไปด้วยความเงียบเหงา เปล่าเปลี่ยว เดียวดาย ทั้งที่ความสุขของกลุ่มผู้สูงวัยส่วนใหญ่ คือการได้ทำบางสิ่งบางอย่างที่สร้างคุณค่าให้ชีวิต หรือการท่องเที่ยวแบบเรียบง่าย สุข สงบ ก็ตอบโจทย์วัยเก๋าได้เช่นเดียวกัน 

ล่าสุด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคัล จำกัด (มหาชน) สายการบินไทยสมายล์ และสายการบินไทย แอร์เอเชีย เปิดตัวแคมเปญ “ชนบทที่รัก” ชู 16 ชุมชนวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์สำหรับกลุ่มซิลเวอร์เอจ ที่จะทำให้ชีวิตวัยเกษียณไม่เปลี่ยวเหงาอีกต่อไป

สำหรับกลุ่มซิลเวอร์เอจ (Silver Age) คือกลุ่มวัยเกษียณ อายุ 55 -70 ปี นับเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ทรงพลังที่สุดของยุคนี้ ชอบเที่ยวและหากิจกรรมทำเพื่อให้ชีวิตมีสีสันอยู่เสมอ เป็นกลุ่มที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ชอบเสาะหาของกิน อาหารพื้นบ้าน โหยหาความเป็นธรรมชาติ และต้องการสัมผัสบรรยากาศชนบท เพราะได้ย้อนวันวานนึกถึงความสุขสมัยยังเด็ก 

โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม คัดเลือกแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชนมาออกแบบสร้างสรรค์ใหม่ให้ตอบโจทย์ความสนใจของกลุ่มสูงวัย เช่น ออกแบบกิจกรรม ออกแบบเมนูอาหาร ของว่าง เครื่องดื่ม ให้สอดคล้องความต้องการของผู้สูงอายุ เพื่อกระตุ้นหรือจูงใจให้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังชนบทอย่างมีความสุขและประทับใจ 

16 ชุมชนในชนบท ที่ได้รับการพัฒนายกระดับเป็นชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำหรับนักเดินทางวัยเก๋า


1) กลุ่มวิสาหกิจวนเกษตรดงเย็น จ.สุพรรณบุรี

บ้านดงเย็น คือหมู่บ้านที่สืบเชื้อสายชาวลาวครั่ง ลงหลักปักฐานตั้งแต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ 3 ชาวชุมชนรวมตัวกันในรูปวิสาหกิจชุมชนวนเกษตร ให้บรรดานักท่องเที่ยวได้มาปลูกผักอินทรีย์ เพาะเห็ดและต้นอ่อนทานตะวัน เลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี ทำปุ๋ยขี้ไส้เดือน นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมและกิจกรรมน่ารักอย่างการทำยาดมหัวโต ใบหน้ายิ้มแย้มของชาวชุมชนแสนใจดี ได้เปลี่ยนหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่แสนจะธรรมดาให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้เปี่ยมเสน่ห์ไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


2) ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จ.สมุทรสงคราม

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตชุมชนริมคลองผีหลอกที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแมกไม้ชายเลนเขียวขจีและสวนมะพร้าวสุดลูกหูลูกตา ร้อยเรียงเรื่องราววิถีชีวิตริมน้ำผ่านเรื่องเล่าของชาวสวนมะพร้าว เพลิดเพลินกับสำรับอาหารแสนอร่อยจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ง่าย ๆ ปลดปล่อยจินตนาการไปกับงานมัดย้อมด้วยสีจากเปลือกมะพร้าว ดื่มด่ำบรรยากาศริมคลองยามพระอาทิตย์ตก

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


3) ชุมชนแหลมผักเบี้ย (ท่องเที่ยวชุมชนบ้านดอนใน) จ.เพชรบุรี

ชุมชนแหลมผักเบี้ย โค้งอ่าวปากแม่น้ำเพชรบุรี แหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล อันเป็นผลพวงจากโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งได้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน 

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


4) ชุมชนตะเคียนเตี้ย จ.ชลบุรี

ชาวตะเคียนเตี้ยเกิดและเติบโตอยู่ในร่มเงาของสวนมะพร้าวมากว่าศตวรรษ มิได้เพียงเก็บเกี่ยว และเรียนรู้วิถีชาวสวน หากได้สร้างสรรค์ผสมผสานวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทั้งอาหารการกิน สุขภาพ หัตถกรรม และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน 


5) ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทะเลน้อย ระยองฮิ จ.ระยอง

บ้านทะเลน้อย เป็นชุมชนเก่าแก่ปากน้ำประแส น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการดำรงวิถีชีวิต ผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตแสนเรียบง่ายตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทยได้อย่างงดงามลงตัว นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ภูมิปัญญาคนบ้านทะเลน้อย การทำปลาเค็มแดดเดียว และการเพาะต้นอ่อนผักกระชับ ที่เปลี่ยนจากผักหัวไร่ปลายนาธรรมดาให้กลายเป็นพืชผักเศรษฐกิจแบบไร้สารพิษ 

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


6) วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวประแสโฮมสเตย์ จ.ระยอง

ชุมชนเก่าแก่ปากแม่น้ำติดกับชายฝั่งทะเล อันเป็นคลองน้ำกร่อยที่อุดมสมบูรณ์ในที่ราบลุ่มปากน้ำประแสฝั่งตะวันออก ชาวแสมผู้เรียนรู้จากธรรมชาติ เชื่อมโยงแผ่นดินสู่ชายฝั่ง นักท่องเที่ยวจะได้ชมภูมิปัญญาและวิถีชุมชนเชื่อมโยงทะเล แหล่งธาตุอาหารชายฝั่งกับผู้คนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


7) ชุมชนบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์

สัมผัสเรื่องราวของหมู่บ้านอายุ 70 ปี บนแผ่นดินอุดมสมบูรณ์เชิงภูเขาไฟที่บ้านโคกเมือง อันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา และจิตวิญญาณแห่งอารยธรรมพันปี

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


8) วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเขมราฐ ลุ่มน้ำโขง จ.อุบลราชธานี

ชุมชนท่องเที่ยวแห่งนี้ ประกอบด้วย 3 ตำบล เขมราฐ – นาแวง – เจียด ผสมผสานระหว่างคราฟต์สไตล์ ไปจนถึงวิถีพื้นบ้าน ที่นี่อบอวลไปด้วยอุ่นไอของแดดรอนและความรักของต้นหมากหว้าคู่ อายุกว่า 300 ปี ให้สมกับชื่อของเขมราฐ ที่แปลว่าดินแดนแห่งความเกษมสุข

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


9) ชุมชนศิลาเพชรโฮมสเตย์ จ.น่าน

หมู่บ้านเล็ก ๆ ในอ้อมกอดของทิวเขาหลวงพระบาง มีเรื่องราวมากมายรอให้ทุกคนมาสัมผัส พื้นที่ตรงกลางชุมชนเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี คนในชุมชนมีวิถีชีวิตเรียบง่าย มีวัฒนธรรมประเพณีกลุ่มชาติพันธุ์ไตลื้อที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ซึ่งมีเอกลักษณ์ทั้งด้านความเป็นอยู่ อาหาร และศิลปวัฒนธรรม

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


10) ชุมชนปางห้าโฮมสเตย์ จ.เชียงราย

ชุมชนบ้านปางห้า เป็นชุมชนเล็ก ๆ เรียบชายฝั่งแม่น้ำรวก กั้นเขตพรมแดนระหว่างเมียนมาและไทย แถมยังมีบางส่วนที่เชื่อมต่อกับลาวด้วย ชุมชนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยกิจกรรมสนุกมากมายจากเช้าจรดค่ำ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสภูมิปัญญาพื้นบ้านจากปราชญ์ชุมชนหลากหลายแขนง เช่น ศิลปะบนแผ่นกระดาษสา และสปาใยไหมทองคำ 

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


11) โฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง จ.เชียงราย

ที่นี่คือ หมู่บ้านเล็ก ๆ บนที่ราบริมฝั่งแม่น้ำโขงที่อุดมไปด้วยพืชพันธุ์และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ชาวบ้านใช้ชีวิตแสนเรียบง่าย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมที่แปลกใหม่และประหลาดตาไปจากมุมมองของคนทั่วไปที่มีต่อชุมชนในภาคเหนือ เพราะแม้ชุมชนแห่งนี้จะตั้งอยู่ในภาคเหนือ แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมอีสาน 

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


12) ชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ จ.เชียงใหม่

หมู่บ้านกลางที่ราบกว้างใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเชียงใหม่ เป็นแผ่นดินที่อุดมด้วยน้ำท่า คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีวิถีชีวิตแสนเรียบง่าย สงบ ชดช้อย ต่อนยอนตามประสาคนเหนือ ยึดแนวคิด “อยู่ดีกิ๋นหวาน” เป็นหลักในการดำรงชีวิต

 

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


13) กลุ่มชุมชนลีเล็ดนำเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ จ.สุราษฎร์ธานี

ชุมชนเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริเวณเรียบชายทะเลฝั่งอ่าวไทย อุดมสมบูรณ์ด้วยท้องทะเลอันกว้างไกลและป่าชายเลนผืนใหญ่โต แหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลที่ยิ่งใหญ่จนถูกขนานนามว่าเป็น “ป่าแอมะซอนแห่งเมืองไทย” 

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


14) วิสาหกิจกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ (บ้านหน้าทับ) จ.นครศรีธรรมราช

พบกับประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ร่วมร้อยเรียงเรื่องราวการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของคนในชุมชน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชนมากมาย ที่ล้วนแสดงถึงอัตลักษณ์ของวิถีชีวิตมุสลิมริมทะเลอ่าวไทยในตลอดเส้นทาง

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


15) วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านทุ่งหยีเพ็ง จ.กระบี่

ชุมชนทุ่งหยีเพ็งเป็นชุมชนเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเกาะลันตาใหญ่ ชาวบ้านที่นี่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านและทำการเกษตร โดยชุมชนมุสลิมร้อยปีบนเกาะได้ร่วมกันจัดตั้งชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านทุ่งหยีเพ็ง สร้างความเข้าใจ และแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือน พร้อมร้อยเรียงเรื่องราวการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ได้ชม

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


16) วิสาหกิจชุมชนโฮมสเตย์เพื่อการท่องเที่ยวชุมชนตะโหมด จ.พัทลุง

ชุมชนตะโหมด เป็นชุมชนบนที่ราบเชิงเขา รายล้อมด้วยแนวเทือกเขาบรรทัด พื้นที่เป็นที่ราบสลับกับเขาเตี้ย ๆ ปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่แซมด้วยสายน้ำลำธาร ที่นี่พี่น้องชาวไทยพุทธและมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความปรองดองมาเนิ่นนานจนถูกขนานนามว่า “ชุมชนสองศาสนา” 

Photo Credit: www.ชนบทที่รัก.com


สำหรับแคมเปญ “ชนบทที่รัก” นอกจากนักท่องเที่ยววัยเกษียณจะได้ออกเดินทางไปท่องเที่ยวหมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบท สัมผัสชีวิตแบบบ้าน ๆ เรียบง่าย สุข สงบ ใน 16 ชุมชนทั่วไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสให้คนในท้องถิ่นมีรายได้หมุนเวียนในชุมชนอีกทางด้วย ผู้สนใจสามารถติดตามเรื่องราวของโครงการ “ชนบทที่รัก” เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ชนบทที่รัก.com  หรือเฟซบบุ๊กแฟนเพจ ชนบทที่รัก


เรื่องโดย